"พี่ขอโทษนะ....แต่พี่ยังลืมคนเก่าไม่ได้" 

           นั่นเป็นประโยคต่อมาที่นัทได้ยินจากปากวิทย์หลังจากคำบอกเลิก

          หญิงสาวไม่ตอบอะไรเลยแม้แต่คำเดียว  การที่เธอได้มาคบกับวิทย์

มันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆก็จริง  แต่มันก็ช่วยรักษาแผลใจของเธอได้

มันทำให้เธอคิดถึงคนเก่าของเธอน้อยลง

แต่เธอไม่สามารถช่วยให้วิทย์ลืมคนเก่าได้เลย

         หญิงสาวเดินจากมาอย่างเงียบๆ พร้อมกับน้ำตา .....

มันเป็นน้ำตาที่เกิดจากความเสียดาย...

เสียดายที่เลือกเดินมาทางนี้....

เสียดายที่หวังกับความรักแบบฉาบฉวยนี้มากเกินไป....

          และมันก็สร้างความทรมานให้กับนัททุกครั้ง

ที่เห็นว่านนท์กับจิ๊บอยู่ด้วยกัน  พูดคุยกัน  จับมือกัน....

.....ฉันเจ็บปวด....เจ็บปวดเหลือเกิน........

          แต่เธอคงไม่โทษวิทย์หรอก....

เหตุผลของเขา  เธอเองก็เข้าใจดี

....ลืมคนเก่าไม่ได้.....

คำนี้มันก็ยังติดอยู่ในหัวใจเธอตลอดมาเหมือนกัน

ความสับสนหลายอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

เธอเสียดายที่ปฏิเสธนนท์  และปล่อยให้เขาไปคบกับคนอื่น

เธอเสียใจที่วิทย์บอกเลิก  ทั้งที่เธอเองก็หวังจะคบกับเขาไปนานกว่านี้

เธอเกลียดตัวเอง  ที่เอาแต่คิดถึงคนเก่า  คนที่ทิ้งเธอไป

เธอเกลียดความกลัวของตัวเอง....

ความกลัวที่จะเริ่มต้นใหม่....

กับคนที่ได้ใช้คำว่า "เพื่อน" ร่วมกันมาก่อน

.....ใช่....ฉันกลัวการที่จะต้องเปลี่ยนสถานะจากเพื่อน...มาเป็นแฟน...

และเมื่อถึงวันที่เราโชคร้าย  ต้องเลิกรากัน....

ความเป็นเพื่อนนั้น  มันอาจจะไม่เหลืออยู่เลย....

         

          เย็นวันหนึ่งที่ตึกคณะ  ขณะที่นัทกำลังนั่งซึมเหมือนคนไม่มีวิญญาณ

          "ไปปั่นจักรยานเล่นกันมั้ย"  นนท์เอ่ยชวน 

          แล้วทั้งคู่ก็ได้เปิดใจคุยกัน....

          "แกโอเคนะ"  น้ำเสียงที่เขาพูด  เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย

          "อืม....คงงั้น"  นัทตอบ  น้ำตาเริ่มเอ่อล้นจนเกือบจะไหล

          "ไม่ต้องห่วงหรอก  เดี๋ยวก็ดีขึ้นกว่านี้  ..... แล้วแกล่ะ  ไปถึงไหนแล้ว"

หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถามเรื่องราวของอีกฝ่ายบ้าง

แม้จะรู้ว่าคำตอบที่ได้  มันจะทำให้น้ำตาตัวเองต้องไหลออกมา

          "ก็...คบกันแล้ว"  น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา

เหมือนเขารู้ว่าคำตอบนั้นมันจะทำร้ายเธอ

          แล้วความเงียบก็เข้าครอบงำทั้งคู่

          "นัท....ถามจริงๆเถอะ....แกชอบฉันบ้างหรือเปล่า"

          หญิงสาวเงียบไปชั่วครู่

          "อืม...."

         เสียงเบรกจักรยานดังลั่น

         "แกทำอะไรเนี่ยยยย  หัวทิ่มหัวตำไปหมดแล้ว"  นัทโวยวาย

         ชายหนุ่มหันกลับมาจ้องหน้าเธอ  "แกพูดจริงหรือเปล่า"

          "เออ  พูดจริง  แต่จะจริงไม่จริงแล้วมันมีประโยชน์อะไร"

         "มีสิ.....ฉันจะไปบอกเลิกจิ๊บ......แล้วมาเดินหน้าจีบแกอีกครั้ง"

        แล้วเย็นวันนั้น....นนท์ก็ทำตามที่พูดจริงๆ............

 

 

         ..........ฉันกำลังทำร้ายผู้หญิงคนนึง.....ด้วยความเห็นแก่ตัวของฉันเอง...............

การใช้ชีวิตแบบเฟรชชี่น้องใหม่ดำเนินมาได้เกือบครบเทอม

นี่...จิ๊บเค้าจีบแกหรอ”  นัทเอ่ยถาม 

เมื่อรู้ข่าวว่าเพื่อนสาวในคณะคนหนึ่งได้ปิ๊งปั๊ง  แล้วก็กำลังดำเนินการจีบนนท์อยู่

                “อืม  ก็คุยๆกัน”  นนท์ตอบ  “แล้วแกล่ะเป็นไงมั่ง  แฮปปี้ดีล่ะสิ

                นนท์ถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างนัทกับพี่วิทย์  ที่ได้ตกลงเป็นแฟนกันแล้ว

                “ก็ดีอ่ะ.........  แล้ว...แกชอบจิ๊บรึเปล่า....”  เสียงอันแผ่วเบาเอ่ยถาม

โดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย  ความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นในใจ                

                “เค้าก็คุยสนุกดี  ทำให้ฉันหายเศร้าเรื่องแกได้เยอะเลย

                “อ๋อ...งั้นหรอ........ฟังจากน้ำเสียงที่ตอบมา 

ทำให้นัทรู้ว่านนท์ก็พึงพอใจในตัวจิ๊บไม่น้อย

                “แกสบายใจได้แล้วนะ  ฉันจะไม่ซึมกระทือให้แกเห็นอีกแล้วล่ะ 

เป็นเพื่อนกันได้อย่างสบายใจ  เขาส่งยิ้มที่แสดงถึงความสบายใจมาให้ 

แต่ทำไมมันถึงทำให้นัทรู้สึกเจ็บปวดได้ขนาดนี้นะ 

นี่เขาจะไปจริงๆเหรอ....

ความรู้สึกที่เขามีให้เธอ  มันกำลังจะหมดไป...

เพราะผู้หญิงคนนั้นหรอ.....

               นัทรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอกหัก  และอยากรั้งนนท์เอาไว้

ไม่เอา.... ฉันไม่อยากให้แกไป.....

ถึงฉันจะไม่ได้ตอบรับความรู้สึกแก........... แต่ฉันก็ไม่อยากให้แกไปมีใคร.....

 

............นี่ฉันเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า...............

 

นัท....ฉันชอบแกนนท์เอ่ยปากบอกความในใจ ในวันที่ทั้งคู่คบกันเป็นเพื่อนมาได้สองเดือน

           ถ้าถามว่าเธอชอบเขาบ้างหรือเปล่า....ก็คงใช่......

เธอเองก็แอบมีใจให้เขาเหมือนกัน....แต่มันยังไม่ได้ชัดเจนในตอนนี้......

หญิงสาวยังไม่แน่ใจ.....แล้วอีกอย่าง....เธอเพิ่งถูกแฟนทิ้งมา.....

          "ฉันไม่อยากเอาเพื่อนมาทำแฟน"  มันเป็นคำพูดงี่เง่าที่เธอพูดออกไป

          เขานิ่งเงียบ....เธอเองก็เช่นกัน.....ไม่รู้ว่านานแค่ไหน.....

ไม่รู้ว่าทั้งคู่บอกลากันเมื่อไหร่ในเย็นวันนั้น.....

          หลังจากวันนั้น  นนท์ยังไม่ได้ตัดใจ  และไม่ละความพยายาม

เขาทำดีกับนัททุกอย่าง  ไม่ว่าเธออยู่ที่ไหน  เขาก็จะไปอยู่ที่นั่น

จนเพื่อนๆทั้งรุ่นพากันแซว

          "แกเป็นผู้หญิงคนแรกที่มันจีบเลยนะเว้ย"  เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งบอก

         สิ่งที่เกิดขึ้น  ทำให้นัทยิ่งรู้สึกอึดอัด  เธอยังไม่อยากให้มีอะไรคืบหน้าไปมากในเวลานี้

          .......แกรอก่อนได้มั้ย.....รอให้ฉันพร้อมก่อนได้หรือเปล่า..........

          นัทปฏิเสธทุกอย่างที่เขาทำให้  แต่เขาก็ยังพยายาม

จนกระทั่งนัทไปคบกับรุ่นพี่คนหนึ่งในคณะ....

นนท์ถึงได้หยุดการกระทำทุกอย่าง.....

          การที่เป็นเด็กปีหนึ่ง  แล้วมีรุ่นพี่เข้ามาจีบ

มันสร้างความตื่นเต้นให้กับนัทได้ไม่น้อยเลย

แล้วความตื่นเต้นที่ว่า ก็ดึงดูดให้เธอเข้าไปติดกับ

และเป็นจุดเริ่มต้น....

ที่ทำให้หญิงสาวต้องพบกับความทรมานที่สุดอย่างหนึ่งในชีวิต....

เรื่องของเรา...

posted on 17 May 2009 00:24 by nutsitta

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีเรื่องของเราเองมาเล่าให้ทุกคนฟัง...

เราเจอชายหนุ่มรูปงาม แขนล่ำ นามว่าโอม(นามสมมุติ)...

(สถานที่เป็นปาร์ตี้ในบ้านเพื่อนสักคนหนึ่ง)

ทำให้เราฮัมเพลงของคุณพุ่มพวงอยู่ในใจ

ดูแขนกล้ามเป็นมัดๆ อุ๊ยน่าจะกัดแขนเล่นเบาเบ๊า...กรู้ววววว

แล้วยิ่งไปกว่านั้น He ทำท่าสนใจเราซะด้วย โอววว คุณพระ....

He เดินเข้ามาขอชื่อ นามสกุล ขอที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์

และแล้ว...เราก็คุยกันกระซี้กระซิก น่ารักน่าตี

คุยกันไป คุยกันมา He ก็ขอไปส่งเราที่หอพัก

เรื่องไรจะไม่ยอม เซเยสทันทีเลย กลัวเขาเปลี่ยนใจ

อ่ะ ตัดภาพมาเช้าอีกวันหนึ่ง เราเจอผู้ชายอีกคนหนึ่ง

อาจไม่หล่อล่ำ กล้ามไม่น่าหยิกเท่าพี่โอม

แต่ He คนนี้ก็น่ารักน่าตีไม่แพ้กัน

และอีกอย่าง He ก็ทำท่าสนใจเราอีกเหมือนกัน

แล้วเราก็ได้พูดคุย สนิทสนมกลมเกลียว

เราก็ได้รู้ว่าจริงๆแล้ว He ชื่อกานต์(นามสมมุติ)

เป็นคนน่าสงสารที่บ้านมีปัญหาเยอะแยะ

และก็เพิ่งโดนแฟนทิ้งไปหาชะนีคนใหม่

ตอนคุยกันครั้งแรก จู่ๆ He ก็เลือดกำเดาไหล

ประมาณว่าเครียดมาก เส้นเลือดฝอยแตก

วันดีคืนดี He ก็พยายามฆ่าตัวตาย

โดยการกรีดข้อมือ แล้วนอนในอ่างอาบน้ำ

ซึ่งก่อนหน้านั้น He โทรหาเรา ประมาณว่าสั่งเสีย ไปล่ะนะ ลาโลกล่ะนะ....

เราก็รีบแจ้นไปช่วยเหลือทันที อุ้ม & ลาก He ออกจากอ่าง

เลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัวไปหมด เพื่อพาไปส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ

เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้งหลายคราว ในขณะที่พี่โอมก็ยังเทียวไปมาหาสู่อยู่ตลอด

แล้วมาอยู่วันหนึ่ง เรากับพี่โอมเปิดประตูหอ(ห้องของเราเอง)มาเจอกานต์ ไม่รู้เข้ามาได้ยังไง

แล้วที่สำคัญ เลือดเปรอะเปื้อนเต็มตัว คาดว่าน่าจะมาจากแผลนับสิบที่ข้อมือทั้งสองข้าง

“นี่จะฆ่าตัวตายอีกแล้วหรอ” เราถามด้วยความตกใจ+โมโห ที่เอะอะอะไรก็จะตายๆ

“กูจะมาฆ่ามึงต่างหาก” คำพูดนี้ทำให้เรายิ่งช็อค เพราะปกติกานต์จะสุภาพกับเรามาก

“หมายความว่ายังไง” เรางงมาก แต่พี่โอมไม่ได้พูดอะไรเลย

“รู้อะไรมะ ... กูพยายามจะฆ่ามึงให้ตายทั้งเป็นมาหลายรอบแล้วล่ะ แต่มึงมันดันดวงแข็ง”

กานต์เริ่มเฉลยความจริง

“ที่กูกรีดข้อมือตัวเอง ให้มึงเข้ามาช่วยเนี่ย กูจะเอาเลือดไปติดตัวมึงไง เผื่อมึงจะมีแผลซักที่

จะได้รับเอาเลือดชั่วๆไปจากกู มึงจะได้ตายทั้งเป็นเหมือนกู”

“พอเถอะกานต์” เสียงพี่โอมพูดขึ้น “อย่าทำให้คนอื่นเขาต้องทรมานไปด้วยเลย”

“มันสมควรจะต้องทรมาน ในเมื่อมันแย่งโอมไปจากกานต์”

เฮือก...O_O” เรากำลังงงเป็นไก่ตาแตก

ตกลงนี่...พี่โอมเป็น....ปะ ปะ ปะ ปั๋วววของกานต์หรอ....เอื๊อกกกก

“อีชะนีแนน(นามจริง)...มึงจะต้องเอาเชื้อเอดส์ไปจากกู” กานต์ยกมีดโกนขึ้นมาขู่

เราหัวเราะหึๆในลำคอ และระเบิดมันออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“รู้อะไรมะ..................เชื้อเอดส์น่ะ.................................กูก็มี!!!!!”

เราตอบไปแบบนั้น ทำเอากานต์อึ้งกิมกี่

“มีมานานแล้วด้วย........จากผู้ชายคนไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน.........แล้วมึงจะเอามาให้กูอีกทำไม....”

เราเดินเข้าไปใกล้กานต์  ทำเอา He หรือ She สะดุ้งเฮือก แววตาดูหวาดกลัว

ถอยหลังไปชนกำแพงห้อง

“พี่โอมคะ ช่วยแนนจับอีนี่ไว้ให้แน่นๆหน่อยนะคะ”

พี่โอมเหมือนโดนมนต์สะกดจากคำพูดเรา เขาจับแขนทั้งสองข้างของกานต์ไขว้หลังเอาไว้

เราหยิบมีดโกนอันคมกริบที่หล่นจากมือของ He or She มาถือไว้ แล้วบรรจงกรีดลงไปช้าๆ

ทุกๆตารางมิลลิเมตรในร่างกายของ He (She)

แล้วเราก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง....กับการกระทำอันโหดเหี้ยมของตัวเอง........ฮ่าๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ......

เสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจ  สะใจ  ดังสนั่น

กลบเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมานจนเลือนหายไปหมดสิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แล้วเราก็ตื่น...และพบว่า ตัวเองไม่ได้กำลังหัวเราะ  ไม่ได้มีหนุ่มหล่อล่ำมาจีบ 

ไม่ได้เป็นชะนีที่แย่งสามีใคร  ไม่ได้เป็นโรคจิต  ไม่ได้กรีดแขนใคร 

และไม่ได้เป็นเอดส์ วะ ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ...

แต่ที่รู้ๆ ฝันครั้งนี้มันแหล่มจิงๆ เมพขริงๆ

มหา'ลัย มหาหลอก!!??

posted on 15 May 2009 16:23 by nutsitta

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มหาลัย มหาหลอก  พี่แอ๊ดเขาบอก  เคยได้ฟังมา

ตั้งแต่เด็กๆ ตอนวิ่งแก้ผ้า เพลงพ่อเปิดมา เป็นคาราบาว

ฟังแล้วลองคิด มันจริงหรือเปล่า หลายครั้งหลายคราว ยังไม่เข้าใจ

พอจบมอสาม จะเรียนสายไหน สายอาชีพดีมั้ย เอ๊ะ หรือสายสามัญ

มือก่ายหน้าผาก ปากเคี้ยวขนม จมูกดมยาดม จะเอาไงกัน

พ่อแม่คิดพลัน ทั้งผลักทั้งดัน ลูกสาวของฉัน ต้องเอ็นทรานซ์เข้ามหาลัย

ตกลงตามนั้น เรียนกันเข้าไป บางทีก็เข้าใจ บางทีก็งง

นี่มันกลอนอะไร มันเริ่มเหมียวขื่อต๋งหม่ง ต๋งหม่งเหมียวขื่อ โอละลือตูจะแต่งต่อไป

เรียนมาเยอะ สมองมันเบลอ เธออ่านแล้วอาจสงสัย ว่าฉันทลักษณ์แบบไหนของมัน

อย่าไปสนใจเรื่องฉันทลักษณ์ ในเมื่อเลือดกำเดาของฉัน(กำลัง)ทะลัก งึกๆงักๆ จึ๊กๆจั๊กๆ แล้วเนี่ย

เรียนเข้าไป อ่านเข้าไป ติวเข้าไป ละ ละ ละ ละ ละ ละ แล้วพ่อแม่ก็ได้ดีใจ ลูกสาวเอ็นท์ติด คิดไม่ผิดที่ออกแรงเชียร์

พ่อก็เลยเหมาเบียร์ เหมาเมีย เพี๊ยะ!! ไม่ใช่!! เหมาเฮีย เพี๊ยะ!! ไม่ใช่!! เออ เหมาเบียร์อย่างเดียวนั่นแหละ

พร้อมกับสั่งสเต็กเนื้อแกะ เนื้อแพะ สั่งถั่วแระ สั่งของกินร้านอาแปะ มาฉลองกับชาวบ้านใกล้เรือนเคียง

แล้วก็เปิดเพลง ฟังสำเนียง เป็นเสียงที่คุ้นเคย เดี๋ยวจะเฉลยในบรรทัดถัดไป

มหาลัย มหาหลอก เด็กชายบ้านนอก เด็กหญิงบ้านนา ร่ำเรียนรู้ในวิชา ...  บลา บลา บลา นั่นไง

ตั้งแต่วันนั้น มันดังก้องอยู่ในหัวใจ จนกระทั่งย่างก้าวเข้าสู่รั้วมหาลัย ก็ยังไม่คลายความกังวล

ตูจะเรียนๆๆๆๆๆ จะขยันหมั่นเพียรฝึกฝน ให้เหนือกว่าทุกคน จะไม่ยอมโดนหลอก

แต่ที่คิดเอาไว้ มันไม่ใช่อ่ะ มันไม่ใช่ คนเราจะเรียนอย่างเดียวได้ไง

ยังมีอะไรๆมากมาย ให้เด็กมหาลัยลองทำ

ทั้งกินเรียนเล่นเที่ยว แต่งตัวเปรี้ยวเยี่ยวราด ขี่มอไซค์ปาดเบาะ ลัดเลาะทั่วจังหวัด

ทั้งเดินตลาดนัด หาหมัดให้หมาใต้ตึกคณะ ไปไหว้พระขอพร ไปนอนดูดาวบนดาดฟ้าหอพัก

ให้หนุ่มๆมาสอนเรื่องความรัก เลยได้ลองอกหัก เมายาดองหัวปักพื้น ตื่นแทบจะไม่ไหว

แต่ไม่เป็นไร หาใหม่ได้สบาย ก็เราสวยเลือกได้ ไม่แคร์หรอกเว้ยยยย(อ้วกออกมาเถอะค่ะ...โอเค รู้สึกดีขึ้นใช่มั้ยคะ ^^)

และแล้วสี่ปีก็เลยผ่าน มันเหมือนจะนานนะ แต่จริงๆแล้วโคตรจะไวเลย

จบออกมาก็ได้ความรู้มาชมเชย ได้เพื่อนเป็นกระเทย ได้ว่าที่ลูกเขย ไปฝากแม่

บรรดาญาติพี่น้องก็ลั๊นลาสะหวีวี่วีกันไป เมื่อลูกหลานได้ใบปริญญาตรี

เอาล่ะ มาว่ากัน ณ เวลานี้ มิได้หาคำตอบ ว่ามหาลัยนั้นหลอก หรือไม่หลอก

แต่อยากจะขอบอก ว่ามหาลัย มีสิ่งที่น่าเข้าไปค้นหามากมาย

แว๊กกกกกกกก เจ้านายเดินมา ไปก่อนล่ะนะ กู๊ดบาย บ๊ายบายยยยยยยยยยยยยยยย 

 

ขอบคุณคาราบาว ^^